Tuesday, December 2, 2014

ก่อนนอนวันนี้มีบทความดีข้อคิดดีๆมาฝาก

สวัสดีครับ ผมขอเล่าให้ฟังเกี่ยวกับตัวผมหน่อยนะครับ ซึ่งมันจะเป็นผลดีกับตัวคุณอย่างมากเลยครับ ก่อนหน้านี้ผมเป็นคนไม่มีอะไรเลย ไม่มีอะไรเลยในที่นี้หมายถึง ไม่มีเงินเก็บเป็นของตัวเอง แบมือขอตังหลวงตาใช้ทุกวัน อ้อลืมบอกไปผมเป็นเด็กวัดครับ สิ่งของที่ผมอยากได้ ต้องเก็บตังค์เองเท่านั้นถึงจะได้มา จนทำให้ผมต้องการที่จะหารายได้เสริม และได้เข้าสู่เส้นทางอาชีพเสริมนั่นเอง สิ่งแรกที่ผมหลงตัวเข้าไปคือ ขายตรงครับ 5555+ ไม่ผิดหรอกครับ ขายตรงนี่แหละ ตอนนั้น บริษัทของเค้าชื่อ A..... เค้าจะมีวิธีการพูด โน้มน้าวให้เราเชื่อว่า ถ้าเราสมัครเป็นสมาชิก แล้วไปหาคนมาสมัครต่อ จะได้เงินเยอะขึ้น แต่รู้ไหมครับว่า เขาจะมีสคริปพูด มันขัดกับความจริงมาก ผมรับไม่ได้ จึงไม่ทำ ต่อมามีคนมาชวนไปทำอีกเหมือนกัน ไม่พ้นขายตรงครับชื่อบริษัทว่า S....... คราวนี้ผมจ่ายเงินจริงๆ แต่เงินไม่มาก ได้มา 1 เว็บไซต์ พอได้เว็บไซต์มา ผมจึงคิดว่า ทำไงให้คนรู้จักเว็บของเรา นั่นก็คือ ทำให้เว็บเราติดอันดับต้นๆของ Google นั่นเอง เพราะธุรกิจขายตรงนั่นเองทำให้ผมเข้ามาสู่การศึกษาค้นคว้าในเรื่องการทำการตลาดออนไลน์ครับ จนทุกวันนี้ ผมได้มีเงินเก็บ ได้รับรายได้ตลอด

สายขาวดีกว่าสายดำนะ

สวัสดีครับ มาพบกันอีกแล้วนะครับ บทความนี้จะพูดถึง สายขาวกับสายดำ นะครับ หลายคนยังสับสนอยู่ว่าการทำ SEO มีทำแบบ สายขาวด้วย แต่จริงๆแล้ว ไม่เลยครับ การทำ SEO ก็เท่ากับว่าเว็บคุณหลุดจากสายขาวเรียบร้อยแล้ว

สายขาว คืออะไร

สายขาว ก็คือ เว็บไซต์ของเราที่ไม่ถูกผ่านการทำ SEO มาเลย หรือการทำ Backlink เข้าไปที่เว็บไซต์ของคุณนั่นเอง เว็บไซต์สายขาวนั้น จะใช้ระยะเวลาในการให้เว็บมีอันดับนานกว่าสายดำ เพราะสายขาวจะเน้นการเขียนบทความที่มีประโยชน์กับผู้อ่านมากกว่าสายดำ ซึ่งเว็บสายขาวถ้าติดอันดับแล้วจะอยู่นานกว่าสายดำแน่นอนครับ.

สายดำ คืออะไร

สายดำ จะแตกต่างกับสายขาวอย่างสิ้นเชิงเลยครับ ก็คือ จะมีการทำ Backlink เข้ามาเว็บไซต์ เพื่อปั่นเว็บไซต์ให้ติดอันดับในระยะเวลาอันสั้นนั่นเอง แต่....มันก็มีความเสี่ยงอยู่มากครับ ถ้า Backlink ที่ทำนั้นไม่มีคุณภาพ ก็เป็นไปได้ที่เว็บไซต์ของคุณจะไม่มีอันดับให้เห็นอีกต่อไปครับ

เพราะฉะนั้นแล้ว การทำเว็บไซต์ของคุณมันอยู่ที่คุณแล้วล่ะว่าจะเลือกสายอะไร ขอจบแค่นี้ครับ

มาทำ Onpage ให้กับเว็บไซต์ของคุณ

ต่อบทความที่ 2 เลยนะครับ จากบทความที่แล้ว ที่ทำความรู้จักกับคำว่า SEO ไปพอสมควร แล้วช่วงท้ายได้พูดไว้ว่า SEO มี 2 ส่วนคือ Onpage กับ Offpage ในบทความนี้ผมจะพูดถึง Onpage นะครับว่าทำยังไง

SEO Onpage คือการปรับแต่งหน้าเว็บเพจของคุณให้ Friendly กับ SEO มากที่สุด ทำไมต้องทำในส่วนนี้ด้วย เพราะว่า Search Engine ต่างๆมันจะมี Bot สำหรับเก็บข้อมูลเว็บไซต์ของคุณ โดยเจ้า Bot หรือ Spider พวกนี้ มันจะเข้ามาที่เว็บไซต์และตรวจสอบ Content ของคุณ ซึ่ง Bot จะตรวจสอบเนื้อหาดูว่าหน้าเว็บเพจของเราเน้นคีย์เวิร์ดว่าอะไร ในส่วน Onpage นี้ผมขอย้ำเลยว่า เป็นส่วนที่สำคัญที่สุดนะครับ คุณควรจะเริ่มทำในส่วนนี้ก่อน ปรับเว็บเพจของคุณให้ดีเยี่ยมซะก่อน

การปรับ Onpage หลักๆที่ผมใช้ก็คือ ตัวหนา, ตัวเอง, ตัวขีดเส้นใต้, Anchor Text, alt, รูปภาพ ผมบอกเลยครับว่าผมใช้เท่านี้จริงๆ ส่วนการเน้นคีย์เวิร์ด ผมแนะนำว่าในหน้าเว็บเพจคุณควรจะมีเนื้อหาอย่างน้ำ 500 คำขึ้นไปและเนื้อหาคุณควรจะเขียนใหม่ทั้งหมด และควรแทรกคีย์เวิร์ดลงไปในบทความซัก 2-4 คำครับ ไม่ควรใส่เยอะกว่านี้ เพราะ Bot จะมองว่าเป็น Spam Keyword

ฝากไว้นะครับ ก่อนทำ SEO ในส่วนอื่นๆ ผมอยากจะให้ทำ SEO Onpage ก่อนนะครับ

รู้จักกับคำว่า SEO

รู้จักกับคำว่า SEO

สวัสดีครับ นี่เป็นบทความแรกของผมที่ผมเขียนขึ้นมา หลังจากที่ผมใช้เวลาในการศึกษามาเป็นเวลากว่า 3 ปี ว่าจริงๆแล้ว SEO มันคืออะไร ทำกันอย่างไร หลายคนที่เป็นมือใหม่แต่ไม่รู้ว่าจะเริ่มจากตรงไหนดี ถ้าคุณติดตามบล๊อคของผมแล้ว คุณจะหายสงสัย และคุณจะรู้ทุกกระบวนท่าเลยทีเดียว

คำว่า SEO ย่อมาจาก Search Engine Optimization มันคือการปรับเแต่เว็บไซต์ของเราให้มีอันดับใน Search Enginge นั่นเอง แล้ว Search Engine ที่ว่ามันคืออะไรล่ะ >> ก็คือเว็บที่เราเข้าไปค้นหาข้อมูลต่างๆเช่น Google, Yahoo, Bings เป็นต้น การทำ SEO นั้นจริงๆแล้วไม่ยากเลย หลายคนทำแล้วสำเร็จก็มี ล้มเหลวก็มี ตอนผมเริ่มทำแรกๆ บอกเลยว่าล้มเหลวซะเป็นส่วนใหญ่ เพราะไม่รู้ว่าทำอย่างไร ใช้เวลาเท่าไหร่ ปกติก็เป็นคนใจร้อนอยู่แล้ว แต่ผมเป็นคนที่ชอบเอาชนะเพราะฉะนั้นผมต้องทำ SEO ให้เว็บของตัวเองมีอันดับให้ได้ ผมได้ทำการศึกษาอย่างจริงๆจังๆ และได้รู้ว่า SEO แบ่งเป็น 2 ส่วน ก็คือ Onpage และ Offpage สำหรับ 2 ส่วนนี้ผมจะพูดในบทความต่อๆไปนะครับ ให้ติดตามกันเลย การันตีได้เลยว่า ผมบอกหมดทุกอย่างไม่มีหมกเม็ดกันครับ

ฝากไว้หน่อยสำหรับผู้ที่เริ่มทำ SEO ถ้าคุณไม่มีความอดทน หรือ ไม่มีความพยายามพอ แนะนำให้ไปทำอย่างอื่นดีกว่าหรือว่าหาเงินมาจ้างดีกว่าครับ เพราะการทำ SEO ต้องใช้ความอดทนและต้องใจเย็นอย่างมาก ระยะเวลาอย่างต่ำ 3 เดือนกว่าจะเห็นผลครับ

ติดตามเว็บไซต์สอนทำ SEO ได้เลยครับ ผมอัพเดตบทความตลอดครับ